วารสารเชิงวิชาการและการรักษาสัตวป่วยเพื่อผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์
วารสารเชิงวิชาการและการรักษาสัตวป่วยเพื่อผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์

หมายเลขหัวข้อ 24.3 โภชนาการ

ข้อดี ข้อเสีย และความเสี่ยงของอาหาร BARF

เผยแพร่แล้ว 20/11/2021

เขียนโดย Stefanie Handl

สามารถอ่านได้ใน Français , Deutsch , Italiano , Română , Español และ English

กระแสความนิยมในการให้สุนัขและแมวบริโภคอาหารดิบเริ่มขึ้นในช่วงปี 1990 จากหนังสือที่เขียนโดยสัตวแพทย์ชาวออสเตรเลียเกี่ยวกับข้อดีของการให้อาหารดิบแก่สุนัข และตัวย่อ BARF โดยทั่วไปอาจหมายถึง Biologically Appropriate Raw Food หรือ Bones And Raw Food ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้อย่างกว้างขวางในบริบทดังกล่าว (แปลโดย น.สพ. พีระ มานิตยกุล)

A major concern with BARF diets is the possible danger to human health when handling raw meat.

Key points

อาหาร BARF ถูกคิดค้นขึ้นโดยการปรับพฤติกรรมการล่าให้เข้ากับสุนัขและแมวเลี้ยง อาหารที่ให้จะประกอบด้วยเนื้อดิบเป็นหลักโดยมีสัดส่วนของเนื้อติดกระดูกและเครื่องในที่สูง


ความเป็นมา

กระแสความนิยมในการให้สุนัขและแมวบริโภคอาหารดิบเริ่มขึ้นในช่วงปี 1990 จากหนังสือที่เขียนโดยสัตวแพทย์ชาวออสเตรเลียเกี่ยวกับข้อดีของการให้อาหารดิบแก่สุนัข 1 ทำให้คำว่า BARF ซึ่งอาจเป็นตัวย่อของ biologically appropriate raw food หรือ bones and raw food เป็นที่รู้จักและถูกนำมาใช้แพร่หลายมากขึ้น แนวทางและหลักการในการให้อาหารดิบนั้นมีหลากหลายเช่น prey model หรือ ultimate diet 2 ซึ่งเป็นที่รู้จักน้อยกว่าและคำว่า BARF ได้ถูกนำมาใช้ในการให้อาหารดิบแก่สัตว์

อาหาร BARF นั้นมุ่งเน้นไปที่การปรับอาหารจากระบบเหยื่อ-ผู้ล่าให้เหมาะสมกับสุนัขและแมวเลี้ยงได้บริโภคองค์ประกอบหลักคือเนื้อดิบที่มีสัดส่วนของเนื้อติดกระดูกและเครื่องในปริมาณสูง (รูป 1) นอกจากนี้ยังมีผัก ผลไม้ ถั่ว และสมุนไพร โดยมีไข่และผลิตภัณฑ์จากนมในปริมาณที่น้อย ไม่แนะนำให้ใช้ธัญพืชเป็นส่วนผสมแต่อาจมีคาร์โบไฮเดรตจากองค์ประกอบอื่นได้บ้างเช่นมันฝรั่ง ถึงแม้ว่าอาหาร BARF จะห้ามไม่ให้ใช้ส่วนประกอบที่มาจากการสังเคราะห์เช่นการเสริมวิตามินหรือแร่ธาตุแต่มีผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดมากมายให้เลือกซื้อเพื่อเสริมอาหาร BARF

รูป 1 อาหาร BARF นั้นมุ่งเน้นไปที่การปรับอาหารจากระบบเหยื่อ-ผู้ล่าให้เหมาะสมกับสุนัขและแมวเลี้ยงได้กิน องค์ประกอบหลักคือเนื้อดิบที่มีสัดส่วนของเนื้อติดกระดูกและเครื่องในปริมาณสูง © Shutterstock

แรงจูงใจที่สำคัญที่สุดของเจ้าของสัตว์เลี้ยงในการเลือกให้อาหาร BARF คือความต้องการอาหารที่มาจากธรรมชาติและดีต่อสุขภาพมากกว่าเดิม (รูป2) 3 4 สาเหตุอื่นได้แก่โรคเรื้อรังเช่นโรคผิวหนัง โรคระบบทางเดินอาหารและภูมิแพ้ ซึ่งเจ้าของสัตว์เลี้ยงหวังว่าการให้อาหาร BARF จะช่วยให้อาการดีขึ้น รวมถึงคำกล่าวอ้างว่าอาหารสัตว์ที่มีขายในท้องตลาดทำจากเศษอาหารและสารเคมีซึ่งก่อให้เกิดโรคต่างๆมากมาย สาเหตุเหล่านี้ทำให้เจ้าของสัตว์เกิดความกังวลและเสาะหาทางเลือกที่ดูสุขภาพดีกว่า

รูป 2 แบบสอบถามทางอินเตอร์เน็ตที่จัดทำในประเทศออสเตรียและเยอรมันนีในปี 2011 แสดงให้เห็นถึงสาเหตุที่สำคัญที่สุดของเจ้าของสัตว์ในการเลือกใช้อาหาร BARF คือความต้องการอาหารที่มาจากธรรมชาติและดีต่อสุขภาพมากกว่า โดยมีสาเหตุอื่นเช่นปัญหาความเจ็บป่วยเรื้อรังรองลงมา3 4

แหล่งข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับ BARF มาจากอินเตอร์เน็ตและหนังสือ (รูป3) 3 4 เป็นที่น่าเสียดายว่าข้อมูลส่วนมากมักถูกเขียนโดยผู้ที่ไม่ได้อยุ่ในแวดวงที่เกี่ยวข้อง มีข้อมูลที่สร้างความเข้าใจผิดหรือแม้แต่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแต่ดูมีความน่าเชื่อถือเพราะนำเสนอในรูปแบบงานทางวิทยาศาสตร์ BARF มักถูกนำเสนออย่างปลุกเร้าอารมณ์ในรูปแบบของยาครอบจักรวาลต่อความผิดปกติต่างๆไม่ว่าจะเป็นความเจ็บป่วยหรือปัญหาทางพฤติกรรม ส่งผลให้เจ้าของสัตว์บางคนที่ปกติไม่ให้สัตว์เลี้ยงบริโภคเนื้อดิบเชื่อว่าการให้อาหารสำเร็จรูปคือการทำร้ายสัตว์อย่างหนึ่ง

รูป 3 แบบสอบถามทางอินเตอร์เน็ตที่จัดทำในประเทศออสเตรียและเยอรมันนีในปี 2011 ทำให้ทราบว่าแหล่งข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับ BARF มาจากอินเตอร์เน็ตและหนังสือ 3 4

คำกล่าวอ้างและข้อเท็จจริง

ข้อเท็จจริงแรกที่สำคัญคือไม่มีการศึกษาเกี่ยวกับผลระยะยาวของอาหารดิบ การวิเคราะห์ผลดีและผลเสียของ BARF จึงมาจากการอ้างอิงข้อมูลจากความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การอาหารและ nutritional physiology ข้อได้เปรียบของ BARF ที่มีต่ออาหารสำเร็จรูปมีดังต่อไปนี้พร้อมทั้งข้อมูลเพิ่มเติม

  • ความตระหนักถึงที่มาและองค์ประกอบของอาหาร
    - สามารถหลีกเลี่ยงอาหารที่สัตว์แพ้ได้ง่าย

  • การหลีกเลี่ยงสารเติมเต็ม(additives)
    ­- เจ้าของสัตว์มักมองสารเติมเต็มว่าเป็นสารเคมีที่ไม่จำเป็น หลายคนเชื่อว่าผู้ผลิตอาหารบางรายมีการเติมสารที่ช่วยดึงดูดให้สัตว์ชอบกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำและถึงขั้นเสพย์ติดอาหารนั้นได้ โดยที่ไม่ตระหนักว่าวิตามินและแร่ธาตุจำเป็นอยู่ในหมวดสารเติมเต็มเช่นเดียวกัน นอกจากนี้การใช้สารเติมเต็มจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบในประเทศผู้ผลิตอีกด้วย

  • การหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากธัญพืช
    ­- แนวคิดที่ว่ากลูเต็นและธัญพืชส่งผลเสียต่อสุนัขและแมวโดยรวมเป็นความเชื่อที่ปราศจากผลทางวิทยาศาสตร์มารองรับ อาจบอกได้ว่าสุนัขหลายตัวได้มีการบริโภคผลิตภัณฑ์จากธัญพืชมานานแล้วเช่นขนมปังและบิสคิตสำหรับสุนัขก่อนจะมีอาหารสำเร็จรูปแบบเม็ด จากการศึกษาในปัจจุบันเชื่อว่าสุนัขได้มีการปรับตัวทางพันธุกรรมให้ย่อยคาร์โบเดรตได้ 5 แมวสามารถย่อยคาร์โบไฮเดรตได้เช่นเดียวกับในสุนัขแต่มีปริมาณน้อยกว่า ควรหลีกเลี่ยงกลูเต็นในกรณีที่พบว่าสัตว์มีภาวะแพ้กลูเต็นซึ่งพบได้ยาก

  • ผลจากความร้อนที่ทำลายสารอาหาร
    ­- ข้อเท็จจริงคือสารอาหารบางชนิดโดยเฉพาะวิตามิน B และ A สลายโดยความร้อนได้ง่ายแต่สามารถจัดการได้โดยการเติมสารอาหารเพิ่มเติมในกระบวนการผลิตเพื่อชดเชยส่วนที่เสียไป กรดอะมิโนบางชนิดเช่นไลซีนอาจสลายไปได้ระหว่างกระบวนการที่ให้ความร้อนแต่ในทางปฏิบัติแล้วไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับสุนัขและแมวตราบใดที่ได้กินอาหารที่มีโปรตีนที่ดีจากสัตว์
    ­- คำอ้างอีกหนึ่งประการเกี่ยวกับความร้อนคือการสลายของเอนไซม์ในเนื้อจากกระบวนการผลิตที่อาจทำให้สุนัขหรือแมวเกิดภาวะขาดเอนไซม์ ข้อนี้อาจเกิดจากความเข้าใจผิดของเจ้าของสัตว์ที่คาดว่าเอนไซม์ในอาหารคือเอนไซม์เดียวกับที่ใช้ย่อยอาหาร

  • อุจจาระปริมาณลดลง การจับตัวเป็นก้อนของอุจจาระดีขึ้น
    ­- อาหาร BARF มักมีความย่อยได้ง่ายสูงมากและย่อยได้ง่ายกว่าอาหารสำเร็จรูปที่คุณภาพต่ำ อย่างไรก้ตามอาหารปรุงเองในบ้านไม่ได้ส่งผลในแง่ลบต่อการย่อยได้ของเนื้อสัตว์และเราสามารถปรุงอาหารที่บ้านให้มีความย่อยง่ายสูงได้

  • สุขภาพฟันดีขึ้นจากการเคี้ยว
    ­- การเคี้ยวเนื้อที่เหนียวหรือแทะกระดูกจะช่วยให้เหงือกแข็งแรงและทำความสะอาดพื้นผิวของฟัน เป็นคำอ้างที่ดูน่าเชื่อถือแต่ต้องระวังการบาดเจ็บจากการกินกระดูก (รูป 4)


รูป 4 การแทะกระดูกอาจช่วยทำความสะอาดผิวฟันได้ แต่ต้องระวังเรื่องการบาดเจ็บบริเวณปากและการแตกของฟัน © Dr. Javier Collados

ประโยชน์ของอาหาร BARF ที่ได้รับการกล่าวอ้างบ่อยได้แก่ช่วยทำให้ขนเงางาม พฤติกรรมร่าเริง ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง เป็นความรู้สึกของผู้สังเกตซึ่งพิสูจน์ได้ยากในการทดลอง การให้อาหารที่ไม่เหมาะสมและภาวะทุพโภชนาการจะส่งผลให้เกิดความอยากอาหารลดลง ปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารและผิวหนังซึ่งทำให้เจ้าของสัตว์ที่อ่อนไหวกับแนวคิดที่ว่าอาหารสำเร็จรูปทำให้สัตว์เลี้ยงของตนเองป่วยอยู่แล้ว ตัดสินใจเปลี่ยนไปใช้อาหารดิบโดยไม่พิจารณาเกี่ยวกับสาเหตุที่เป็นไปได้กรณีอื่นเช่นการติดเชื้อและปรสิตในทางเดินอาหาร

 

ความเสี่ยงของการให้อาหารดิบ

ความเสี่ยงที่ต้องระวังในการให้อาหารดิบมีดังนี้
1. ความไม่สมดุลทางโภชนาการ
2. ความเสี่ยงทางด้านสุขอนามัยของการกินเนื้อดิบ
3. อันตรายจากการกินกระดูก
4. ส่วนประกอบที่ไม่เหมาะสมและเป็นอันตราย

1. ความไม่สมดุลทางโภชนาการ

อาหารที่มีความใกล้เคียงธรรมชาติมักถูกมองว่าสามารถเติมเต็มความต้องการด้านสารอาหารได้ครบถ้วน สารสังเคราะห์ที่ใช้ปรุงแต่งนั้นไม่มีความจำเป็นและอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ซึ่งสอดคล้องกับการที่ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารที่อยู่ภายในอาหารได้เท่านั้น สิ่งที่จำเป็นในการเตรียมอาหาร BARF ที่ตอบสนองความต้องการของร่างกายคือความรู้เกี่ยวกับสารอาหารที่มีในส่วนประกอบและวิธีในการจัดเตรียมอาหารให้มีความสมดุล สูตรอาหารเหล่านี้พบได้มากมายในหนังสือและอินเตอร์เน็ตแต่มักพบข้อผิดพลาดหลายกรณี ดังนี้

  • มีปริมาณโปรตีนสูงมาก
    ­ อาหารที่มีโปรตีนสูงไม่เป็นอันตรายต่อสุนัขที่มีสุขภาพแข็งแรง แต่ในสุนัขชราหรือสุนัขที่มีปัญหาโรคตับหรือโรคไตไม่แนะนำให้กินอาหารที่มีปริมาณโปรตีนสูง
  • มีปริมาณโปรตีนต่ำ
- ในกรณีที่เลือกใช้เนื้อที่มีปริมาณไขมันสูง
  • มีปริมาณไขมันสูงมาก มากกว่าร้อยละ 30 ของมวลอาหารแห้ง
    ­ - เพิ่มโอกาสการเกิดโรคตับอ่อนอักเสบในสุนัข6
  • ปริมาณแคลเซียมสูงหรือต่ำกว่าปริมาณที่เหมาะสม และอัตราส่วนแคลเซียมต่อฟอสฟอรัสที่ไม่ถูกต้อง
    ­ - เป็นอันตรายต่อลูกสุนัขที่กำลังโต (รูป 5)
  • ภาวะการขาดวิตามินเอหรือได้รับวิตามินเอมากเกินไป
    ­ - แมวไม่สามารถเปลี่ยนคาโรทีนอยด์เป็นวิตามินเอทำให้จำเป็นต้องได้รับวิตามินเอจากการกินผลิตภัณฑ์สัตว์อื่น
  • ภาวะการขาดวิตามินอี
  • ภาวะการขาดวิตามินดี
    ­ - ในบางครั้งได้มีการให้ข้อมูลที่ผิดว่าสุนัขสามารถสร้างวิตามินชนิดนี้ได้เองในร่างกายซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่สามารถทำได้ ซี่งจัดเป็นประเด็นที่สำคัญมาก
  • การขาดแร่ธาตุบางอย่างเช่นสังกะสี ทองแดง ไอโอดีนและแมงกานีส
  • การใช้ส่วนประกอบที่ไม่จำเป็นและเป็นอันตราย

รูป 5 ภาพถ่ายรังสีวินิจฉัยมุม dorsoventral ช่วงท้ายลำตัวและขาหลังของลูกสุนัขที่มีภาวะ secondary hyperparathyroidism สังเกตขอบกระดูกที่บางและ pathological fracture ที่กระดูก femur ทั้งสองข้าง © Dr. Francis Kallfelz

ความรู้เกี่ยวกับภาวะขาดสารอาหารสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากตำราพื้นฐานด้านโภชนาการและสรีรวิทยา สิ่งสำคัญที่ต้องเน้นย้ำคือสัตว์ที่มีภาวะขาดสารอาหารสามารถอยู่ได้โดยไม่แสดงอาการเป็นเวลาหลายเดือนหรือแม้กระทั่งหลายปีจนกว่าร่างกายจะไม่สามารถชดเชยได้หรือร่างกายมีความต้องการมากขึ้น เจ้าของมักโต้แย้งว่าสัตว์ดูแข็งแรงและไม่น่าขาดสารอาหารหรือผลการตรวจเลือดออกมาปกติดีทำให้อาหารที่ให้อยู่นั้นถูกต้องแล้ว

สัตวแพทย์จำเป็นต้องชี้ให้เจ้าของสัตว์ตระหนักว่าปริมาณสารอาหารที่เหมาะสมในร่างกายไม่สามารถบอกได้โดยการตรวจเลือดที่บอกได้เพียงชั่วขณะหนึ่ง ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงระยะยาวจะเห็นผลเมื่อมีการขาดหรือได้รับสารอาหารปริมาณสูงสะสม ในกรณีของแคลเซียมและฟอสฟอรัสจะพบว่าปริมาณในกระแสเลือดจะอยู่ในช่วงที่แคบ หากพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงจนถึงระดับที่เกิดโรคมักไม่ค่อยเกี่ยวกับอาหาร

ปริมาณสารอาหารที่จำเป็นสำหรับสัตว์ในปัจจุบันใช้ตัวเลขอ้างอิงจากหน่วยงานที่กำกับดูแลหรือสภาวิจัย* 7

* ผู้จัดจำหน่ายหรือผู้ผลิตอาหารสัตว์จำเป็นจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำในการผลิตของแต่ละประเทศซึ่งอาจมาจาก National Research Council (NRC) European Pet Food Industry Federation (FEDIAF) หรือ Association of American Feed Control Officials (AAFCO) อย่างเคร่งครัด กฏและข้อปฏิบัติเหล่านี้จะสร้างความมั่นใจว่าอาหารสัตว์ที่ผลิตออกมามีความสมดุลทางโภชนาการและความปลอดภัยโดยรายละเอียดต่างๆสามารถตรวจสอบได้จากทางเวบไซต์ของแต่ละองค์กร

ผู้สนับสนุนแนวคิดของ BARF มักไม่ยอมรับตัวเลขที่กำหนดขึ้นเพราะคำนวณจากการทดลองให้อาหารบริสุทธิ์ซึ่งไม่อาจนำมาประยุกต์ใช้กับอาหารดิบได้ อย่างไรก็ตามค่าที่กำหนดนั้นบอกขอบเขตความปลอดภัย (margin of safety) ที่คิดจากอาหารปรุงสุกพร้อมกิน ถึงแม้ว่าปัจจุบัน NRC ยังไม่ได้กำหนดค่าที่เหมาะสมสำหรับอาหารดิบแต่ก็เป็นค่าที่เหมาะสมที่สุดในการนำมาใช้ โอกาสที่จะได้รับสารอาหารมากเกินไปเมื่อใช้ค่าที่แนะนำจาก NRC เพื่อคำนวณอาหาร BARF นั้นเกิดได้ยากแต่ควรยึดตามค่าความต้องการขั้นต่ำของร่างกายและค่าขอบบนของขอบเขตความปลอดภัยในการจัดเตรียมอาหาร BARF

เจ้าของสัตว์บางคนต่อต้านการเสริมวิตามินและแร่ธาตุในอาหารด้วยสาเหตุที่ว่ามาจากการสังเคราะห์และต้องการให้สัตว์ได้รับแต่สิ่งที่มาจากธรรมชาติเช่นผัก ผลไม้ ถั่วและสมุนไพร ประเด็นสำคัญคือปริมาณแร่ธาตุและวิตามินต่างๆที่มีระบุไว้ในวัตถุดิบจากธรรมชาตินั้นเป็นการประเมินอย่างคร่าวและในทางปฏิบัติมีโอกาสที่จะพบน้อยกว่านั้น การนำสมุนไพรมาใช้เป็นการประยุกต์จากการแพทย์แผนโบราณในคนและมักไม่มีผลการวิจัยในสุนัขและแมวมารองรับ

การเตรียมอาหาร BARF ให้ตอบโจทย์ความสมดุลทางโภชนาการโดยใช้ส่วนประกอบเพียงอย่างเดียวและไม่มีการเติมวิตามินหรือแร่ธาตุนั้นสามารถทำได้แต่มีความยากและซับซ้อน จำเป็นต้องทำตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญทางด้านโภชนาการ

อาหารเสริมต่างๆที่มาจากสาหร่าย สมุนไพร โคลนที่ใช้ในการแพทย์แผนโบราณของเยอรมันที่เรียกกันว่า Heilerde หรือ “healing earth” และผลิตภัณฑ์คล้ายคลึงอื่นที่ได้รับความนิยมจากเจ้าของสัตว์เลี้ยงในฐานะสารอาหารที่มาจากธรรมชาติและมีแร่ธาตุจำเป็นแต่ระบุชนิดไม่ได้ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนหรือถูกต้อง บางครั้งอาจไม่พบรายละเอียดของส่วนประกอบและไม่มีผลการวิเคราะห์เกี่ยวกับสารอาหารในผลิตภัณฑ์ซึ่งไม่แนะนำให้ใช้หากผลิตภัณฑ์มีลักษณะดังกล่าว แร่ธาตุที่พบในผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจมีความแตกต่างกันได้มาก เช่นสาหร่ายทะเลเป็นแหล่งของไอโอดีนที่ดีแต่สาหร่ายสไปรูลิน่าและคลอเรลล่าเป็นสาหร่ายน้ำจืดซึ่งไม่มีไอโอดีนเลย นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงผลข้างเคียงและปฏิกิริยาระหว่างอาหารเสริมแต่ละชนิดอีกด้วย

2. ความเสี่ยงของการบริโภคเนื้อดิบ

เนื้อสัตว์ดิบเป็นแหล่งของแบคทีเรีย ไวรัส และปรสิต เชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้าเทียม(pseudorabies)เป็นอันตรายอย่างมากต่อสุนัขและแมว เจ้าของหลายคนทราบว่าไม่ควรให้สุนัขและแมวบริโภคเนื้อหมูดิบเพราะมีรายงานหลายฉบับพบว่าสุนัขล่าสัตว์เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าเทียมจากการสัมผัสกับซากหมูป่า 8 (รูป 6) ในความเป็นจริงแล้วเนื้อสัตว์ดิบทุกชนิดสามารถก่อให้เกิดอันตรายได้หากไม่ปฏิบัติตามกฏความปลอดภัยด้านอาหารในการจัดเตรียม

รูป 6 สุนัขล่าสัตว์มีโอกาสได้กินเนื้อดิบจากการล่าซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคได้หลากหลายทั้งพิษสุนัขบ้าเทียมและปรสิตในทางเดินอาหาร © Shutterstock

เชื้อแบคทีเรียก่อโรคที่พบได้อาจเป็นกลุ่มที่ก่อโรคในทางเดินอาหารเช่น E.coli, Salmonella, Campylobacter และ Yersinia นอกจากนี้ยังมีพยาธิเช่นพยาธิตัวแบน Echinococcus spp. ซึ่งสามารถติดในสุนัขและแมวได้ นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงต่อมนุษย์ทั้งเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในทางเดินอาหาร โรคสัตว์สู่คนเช่น tuberculosis หรือ tularemia และ toxoplasmosis สัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยงเพื่อเป็นอาหารสามารถเป็นพาหะนำเชื้อได้

ผู้ที่สนับสนุนอาหาร BARF จะตอบโต้ความกังวลเกี่ยวกับโรคติดเชื้อด้วยแนวคิดว่าสุนัขและแมวจะมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติต่อโรคเหล่านี้สูงซึ่งเป็นความจริงบางส่วนว่าสุนัขและแมวมักไม่แสดงอาการเจ็บป่วยที่รุนแรงเหมือนคนในกรณีของการติดเชื้อแบคทีเรีย Salmonella และ E. coli แต่หากติดเชื้อมีโอกาสที่แสดงอาการได้รุนแรงถึงขั้น septicemia โดยเฉพาะในตัวที่มีปัญหาภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ปัญหาที่ใหญ่กว่าคือปัญหาต่อสุขภาพในคน ความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่การสัมผัสกับเนื้อดิบ (รูป 7) แต่สุนัขและแมวที่บริโภคเนื้อดิบที่ปนเปื้อนเชื้อก่อโรคสามารถกลายเป็นพาหะโดยไม่แสดงอาการและปล่อยเชื้อเช่น Salmonella ออกมากับอุจจาระได้เป็นระยะเวลานาน สร้างโอกาสให้แบคทีเรียติดอยู่ตามตัวสัตว์ กระจายไปตามสถานที่ต่างๆในบ้านได้

รูป 7 ความกังวลหลักประการหนึ่งของการให้อาหาร BARF คืออันตรายต่อสุขภาพคนในการสัมผัสกับเนื้อดิบ © Shutterstock

ความเสี่ยงด้านสุขอนามัยจากการบริโภคเนื้อดิบมักไม่ถูกกล่าวถึงในบทความหรือแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับอาหาร BARF อาจมาจากสาเหตุที่ปัจจุบันมาตรฐานด้านอาหารนั้นค่อนข้างสูงจนทำให้ความตระหนักในความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของการบริโภคลดลง อย่างไรก็ตามอาหาร BARF มักไม่ได้มาจากแหล่งผลิตที่มีมาตรฐานอาหารเดียวกับคน นอกจากนี้ยังมีแหล่งจำหน่ายเนื้อและผลพลอยได้จากเนื้อที่ใช้เตรียมอาหาร BARF ในอินเตอร์เน็ต สินค้าเหล่านี้มักถูกจัดส่งในรูปแบบแช่แข็งแต่ไม่ได้ถูกกำหนดให้ใช้มาตรฐานด้านอนามัยเช่นเดียวกับในอุตสาหกรรมอาหารจึงไม่สามารถมั่นใจได้ว่าบรรจุภัณฑ์ในการขนส่งได้รับการฆ่าเชื้อทำความสะอาดอย่างเหมาะสมและมีการรักษาห่วงโซ่ความเย็นหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อาหารดิบพร้อมกินจำหน่ายโดยมีรายงานว่าผลิตภัณฑ์หลายชนิดมีการจัดการการปนเปื้อนทางชีวภาพที่ไม่ดี 9 10 ในขั้นตอนผลิตอาหารสัตว์ทั่วไปนั้นจำเป็นต้องมีมาตรฐานการผลิตที่สูงเพื่อคงคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารในกระบวนการผลิตเนื่องจากเชื้อแบคทีเรียก่อโรคเช่น Salmonella

3. ปัญหาที่เกิดจากการบริโภคกระดูก

อันตรายที่อาจเกิดจากการบริโภคกระดูกเช่นแผลในช่องปากและฟันแตก เศษกระดูกติดในคอหรือหลอดอาหาร ท้องผูก ภาวะทางเดินอาหารอุดตันจากการที่ลำไส้ไม่บีบตัว (ileus) หรืออาจเกิดภาวะทางเดินอาหารฉีกขาดได้ (รูป 8) ไม่มีรายงานว่าพบปัญหาเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นสอดคล้องกับความนิยมการให้อาหาร BARF ในปัจจุบันหรือไม่ แต่จากมุมมองของสัตวแพทย์ในสถานพยาบาลมีความรู้สึกว่ามีสัตว์ป่วยมาด้วยกรณีที่กล่าวมาข้างบนมากขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อ 5 ปีก่อนที่พบได้น้อยกว่ามาก

รูป 8 การบริโภคกระดูกอาจก่อให้เกิดการอุดตันที่คอ หลอดอาหาร และทางเดินอาหารซึ่งอาจต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัด © Shutterstock

4. มีส่วนประกอบที่ไม่เหมาะสมหรือเป็นอันตราย

โอกาสที่เจ้าของสัตว์จะใช้ส่วนผสมที่ไม่เหมาะสมหรือมีความเป็นพิษต่อสัตว์ในการเตรียมอาหารที่บ้านโดยความไม่รู้นั้นเกิดขึ้นได้ เจ้าของส่วนมากทราบดีว่าชอคโกแลต องุ่น และหัวหอมเป็นอันตรายต่อสัตว์แต่ยังมีวัตถุดิบชนิดอื่นที่ยังมีการถกเถียงและแนะนำให้ใช้ในอาหาร BARF ยกตัวอย่างเช่นกระเทียมซึ่งเชื่อว่าช่วยให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรงและต้านปรสิตในทางเดินอาหารแต่ในทางปฏิบัติไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มารองรับและยังสามารถทำลายเม็ดเลือดแดงในระยะยาวเช่นเดียวกับต้นหอม ที่มักให้สัตว์กินเป็นของขบเคี้ยวหรือเครื่องเคียง ผู้สนับสนุนแนวคิดอาหาร BARF มักตอบโต้คำเตือนเกี่ยวกับวัตถุดิบดังกล่าวว่าให้ในขนาดที่ต่ำกว่าความเป็นพิษแต่ไม่มีหลักฐานว่าการบริโภคปริมาณน้อยแต่เป็นระยะเวลานานจะปลอดภัยหรือไม่ ทางสัตวแพทย์จึงไม่แนะนำสุนัขบริโภคพืชตะกูลหอมใหญ่เลย อาหารบางชนิดมีข้อห้ามที่ไม่ควรบริโภคดิบเช่น

  • ไข่
    ­ - ไข่ดิบมีสาร avidin ซึ่งจับกับ biotin ทำให้ร่างกายขาดสาร biotin
    ­-  ไข่ขาวดิบมี trypsin inhibitor ซึ่งขัดขวางการย่อยโปรตีน
  • ปลา
    ­ - ปลาหลายชนิดหากบริโภคดิบจะมีสาร thiaminase ซึ่งทำลาย thiamin
    ­ - เนื้อปลามีสาร trimethylamine ซึ่งเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่จับกับธาตุเหล็ก หากบริโภคติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้
  • ถั่ว (Phaseolus genus)
    ­ - มีสาร lectin และ tannin ที่ทำลายเยื่อเมือกทางเดินอาหาร trypsin inhibitor ที่ยับยั้งการย่อยโปรตีนและสาร cyanogenic glycosides ที่ทำให้เกิดความเป็นพิษจากไซยาไนด์ โดยทั้งหมดนี้หากผ่านความร้อนหรือการปรุงสุกสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย
  • มันสำปะหลัง
    ­ - มีสาร cyanogenic glycosides หากบริโภคดิบ

 

ข้อควรระวัง

มีข้อควรระวัง 2 ประการที่จำเพาะต่อการให้อาหาร BARF

  • ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ (thyrotoxicosis): มีการศึกษา 11 12 พบว่าการให้สุนัขบริโภคเนื้อที่มีชิ้นส่วนของต่อมไทรอยด์สามารถก่อให้เกิดภาวะ hyperthyroidism หรือ thyrotoxicosis ได้ ปัญหานี้ไม่ได้จำเพาะเจาะจงกับอาหาร BARF เท่านั้นเพราะฮอร์โมนไทรอยด์สามารถทนความร้อนได้แต่ชิ้นส่วนที่นิยมนำมาเป็นอาหาร BARF มักมาจากบริเวณหัวและคอ นอกจากนี้มีการจำหน่ายหลอดลมและกล่องเสียงเพื่อเป็นขนมขบเคี้ยวหรือเป็นรูปแบบบรรจุกระป๋องในบางประเทศ เนื่องจากไม่มีขนาดในการบริโภคที่เหมาะสมกำหนดไว้จึงไม่แนะนำให้สัตว์บริโภค ปัจจุบันไม่มีรายงานภาวะ thyrotoxicosis ในแมวน่าจะมีสาเหตุว่ามาจากการที่แมวไม่ค่อยได้บริโภคชิ้นส่วนนี้

  • การล้างพิษ (detoxification): คำโฆษณาอาหาร BARF บอกว่าสุนัขและแมวอาจมีอาการไม่พึงประสงค์เกี่ยวกับทางเดินอาหารหรือผิวหนังเมื่อทำการเปลี่ยนอาหารจากอาหารสำเร็จรูปมาเป็นอาหาร BARF อ้างว่าสัตว์กำลังเข้าสู่กระบวนการล้างพิษเพื่อขจัดสารเคมีที่เป็นอันตรายจากอาหารสำเร็จรูป แนวคิดนี้มาจากการแพทย์ทางเลือกโดยที่ไม่มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์มารองรับ แท้จริงแล้วอาการทางระบบทางเดินอาหารและผิวหนังที่สัตว์แสดงออกอาจเป็นเพราะการแพ้อาหารแต่เจ้าของสัตว์เลี้ยงมักมองในแง่บวกว่านี่คือประโยชน์ของอาหาร BARF ในขณะที่หากเกิดเหตุการณ์เดียวกันในสัตว์ที่บริโภคอาหารสำเร็จรูปจะถูกมองว่าเป็นโทษของอาหาร

 

อาหาร BARF และสัตว์ป่วย

การให้อาหาร BARF จำเป็นต้องพิจารณาว่าคุณสมบัติอาหารที่มีโปรตีนและไขมันสูง ระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง ความเสี่ยงด้านสุขอนามัย เหมาะสมกับความต้องการทางโภชนาการและสภาพร่างกายสัตว์ป่วยหรือไม่

  • สัตว์ที่ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินอาหารหากคาดเดาว่ามีความไม่สมดุลของแบคทีเรียในทางเดินอาหารหรือความผิดปกติของเยื่อเมือกทางเดินอาหารโดยเฉพาะในสัตว์ที่ถ่ายเป็นเลือดไม่ควรบริโภคเนื้อดิบเพราะจะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ การบริโภคอาหารดิบอาจเป็นประโยชน์ในสัตว์ที่ต้องการลดน้ำหนักหรือเป้นโรคเบาหวาน สามารถเพิ่มปริมาณใยอาหารดิบด้วยรำข้าวหรือเซลลูโลส

  • ไม่ควรให้อาหาร BARF แก่สัตว์ที่ป่วยด้วยโรคไตวายเพราะมีปริมาณโปรตีนและฟอสฟอรัสสูง

  • เจ้าของสัตว์จะพยายามหาทางเลือกในการรักษาสัตว์ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีเนื้องอกหรือมะเร็งโดยคิดว่าการให้อาหาร BARF อาจเป็นทางเลือกหนึ่ง หากสัตว์ป่วยมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องไม่ควรบริโภคเนื้อดิบและจำเป็นต้องได้รับคาร์โบไฮเดรตบ้างเพื่อช่วยให้สัตว์ได้รับพลังงานเพียงพอ

 วิตามินและแร่ธาตุต่างๆเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงในการเลือกอาหารให้สัตว์ป่วยเพราะจำเป็นต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย การเปลี่ยนอาหารถือเป็นปัจจัยความเครียดชนิดหนึ่งที่ต้องระมัดระวังเพราะสัตว์ป่วยด้วยมะเร็งหรือเนื้องอกมักมีความอยากอาหารต่ำอยู่แล้ว

สรุป

อาหาร BARF เป็นทางเลือกหนึ่งในการให้อาหารสุนัขและแมวแต่มีความเสียงหลายประการ สัตวแพทย์จำเป็นต้องอธิบายความเสี่ยงให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงทราบแต่ต้องเคารพแนวคิดและการตัดสินใจของเจ้าของสัตว์ เจ้าของสัตว์มักพยายามเลือกเฟ้นสิ่งที่ดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยงแต่อาจถูกจูงใจจากข้อมูลในอินเตอร์เน็ต คำโฆษณาหรือบุคคลอื่นได้ สัตวแพทย์ต้องแนะนำวิธีการเลือกอาหารและวัตถุดิบอย่างถูกวิธีเพราะข้อมูลในหนังสือและอินเตอร์เน็ตมักมีข้อผิดพลาด วัตถุดิบอาหารทั้งหมดต้องผ่านกระบวนการตรวจทางสุขอนามัยอย่างเคร่งครัดและเจ้าของสัตว์ต้องตระหนักถึงความเสี่ยงในการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียหากสั่งสินค้ามาส่ง ควรหลีกเลี่ยงเนื้อจากบริเวณหัวและคอหากมีต่อมไทรอยด์อยู่ด้วย ไม่ควรให้อาหารดิบในกรณีที่สัตว์อาศัยร่วมกับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง (เด็ก ผู้หญิงตั้งครรภ์ คนชรา และผู้ป่วย) และสัตว์ที่ต้องคลุกคลีอยู่กับคนเป็นเวลานานเช่นสุนัขที่ทำหน้าที่บำบัดหรือช่วยในการศึกษา

พิเศษสำหรับสัตวแพทย์ไทย

ทำแบบทดสอบเพื่อสะสม VET-CE ได้ที่นี่

ทำแบบทดสอบ VET-CE

 

อ่านเพิ่มเติม

  • Freeman LM, Chandler ML, Hamper BA, et al. Current knowledge about the risks and benefits of raw meat-based diets for dogs and cats. J Am Vet Med Assoc 2013;243:1549-1558.

 

แหล่งอ้างอิง

  1. Billinghurst I. Give your dog a bone (self-published) 1993.
  2. Schulze KR. The Ultimate Diet: Natural Nutrition for Dogs and Cats. Affenbar Ink 1998.
  3. Handl S, Zimmermann S, Iben C. Reasons for dog owners to choose raw diets (“BARF”) and nutritional adequacy of raw diet recipes fed to dogs in Austria and Germany. In Proceedings, ESVCN congress Bydgoszcz, Poland 2012;124.
  4. Handl S, Reichert L, Iben C. Survey on raw diets (“BARF”) and nutritional adequacy of raw diet recipes fed to cats in Austria and Germany. In Proceedings, ESVCN congress Ghent, Belgium 2013;118.
  5. Axelsson E, Ratnakumar A, et al. The genomic signature of dog domestication reveals adaptation to a starch-rich diet. Nature 2013;495:360-364.
  6. Steiner JM. Pancreatitis. In: Steiner JM, (ed). Small Animal Gastroenterology. Hanover, Germany: Schültersche Verlagsgesellschaft mbH & Co 2008;285-294.
  7. National Research Council. Nutrient Requirements of Dogs and Cats. Washington, DC: The National Academies Press, 2006.
  8. Leschnik M, Gruber A, Kübber-Heiss A, et al. Epidemiological aspects of Aujeszky’s disease in Austria by the means of six cases in dogs. Wien Tierarztl Monat – Vet Med Austria 2012;99(3-4):82-90.
  9. Weese JS, Rousseau J, Arroyo L. Bacteriological evaluation of commercial canine and cat feline raw diets. Can Vet J 2005;513-516.
  10. Wendel F, Kienzle E, Bohnke R, et al. Microbiological contamination and inappropriate composition of BARF-food. In Proceedings. ESVCN congress, Bydgoszcz, Poland 2012;107.
  11. Zeugswetter FK, Vogelsinger K, Handl S. Hyperthyroidism in dogs caused by consumption of thyroid-containing head meat. Schweiz Arch Tierheilkd 2013; 155(2):149-152.
  12. Köhler B, Stengel C, Neiger R. Dietary hyperthyroidism in dogs. J Small Anim Pract 2012;53;182-184.
Stefanie Handl

Stefanie Handl

Dr. Handl graduated from the University of Veterinary Medicine Vienna in 2002 and received her doctorate degree in 2005; she then went on to work as a research อ่านเพิ่มเติม

บทความอื่นๆ ในประเด็นนี้

หมายเลขหัวข้อ 24.3 เผยแพร่แล้ว 15/04/2022

การคำนวณปริมาณพลังงานในอาหารสัตว์

สาเหตุที่ปริมาณพลังงานในอาหารสัตว์มีความสำคัญเป็นเพราะ...

โดย

หมายเลขหัวข้อ 24.3 เผยแพร่แล้ว 20/12/2021

ความเจ็บป่วยที่เกิดร่วมกับภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในสุนัขและแมว

โรคอ้วนเป็นภาวะทุพโภชนาการที่สำคัญในสุนัขและแมวที่เป็นสัตว์เลี้ยง มีรายงานว่า...

โดย Emi Kate Saito

หมายเลขหัวข้อ 24.3 เผยแพร่แล้ว 20/11/2021

ประโยชน์ของเส้นใยอาหารต่อแมว

เส้นใยอาหาร (dietary fiber) ได้รับความสนใจจากนักโภชนาการและสัตวแพทย์มานานหลายปีในฐานะส่วนประกอบของ...

โดย Allison Wara และ Craig Datz